แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin; 3,3′-dihydroxy-β,β′-carotene-4,4′-dione) เป็นสารในกลุ่มแซนโทฟิลล์ (xanthophyll) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ โครงสร้างดังกล่าวทำให้แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติเป็นเม็ดสีสีแดงเข้ม พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ โดยเฉพาะในสิ่งมีชีวิตทางทะเล เช่น สาหร่าย แพลงก์ตอน และสัตว์น้ำบางชนิด
แอสตาแซนธินได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในแวดวงวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมสุขภาพ เนื่องจากมีศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสารแคโรทีนอยด์ชนิดอื่น รวมถึงวิตามินอีหลายเท่า คุณสมบัติดังกล่าวส่งผลให้แอสตาแซนธินถูกนำมาศึกษาอย่างต่อเนื่องในด้านชีวเคมี สุขภาพมนุษย์ และโภชนศาสตร์ รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารวิชาการหลักเรื่อง Astaxanthin: a review of its chemistry and applications (Higuera-Ciapara และคณะ, ค.ศ. 2006) ร่วมกับงานวิจัยสนับสนุนที่เผยแพร่ในช่วงหลัง เพื่อนำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างโมเลกุล แหล่งที่มาและกระบวนการสกัด ตลอดจนการประยุกต์ใช้แอสตาแซนธินในอุตสาหกรรมสุขภาพ
โครงสร้างทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพภาพ
โครงสร้างพื้นฐานของแอสตาแซนธินประกอบด้วยสายโซ่โพลีอีน (Polyene chain) ที่มีพันธะคู่คอนจูเกต 13 พันธะ เชื่อมต่อกับวงแหวนไอโอโนน (Ionone rings) สองวงที่ปลายแต่ละด้าน. ความแตกต่างสำคัญที่ทำให้แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติพิเศษคือการมีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ที่ตำแหน่ง 3 และ 3' และหมู่คีโต (C=O) ที่ตำแหน่ง 4 และ 4' บนวงแหวนไอโอโนน.
สเตอริโอเคมีและไอโซเมอร์
แอสตาแซนธินมีศูนย์กลางไครัล (Chiral centers) สองแห่งที่ตำแหน่ง C-3 และ C-3' ทำให้เกิดคอนฟิกูเรชันไอโซเมอร์ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ (3S, 3'S), (3R, 3'R) และรูปแบบเมโซ (Meso form) คือ (3R, 3'S). การกระจายตัวของไอโซเมอร์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติเป็นหลัก โดยในสาหร่ายสีเขียว Haematococcus pluvialis ไอโซเมอร์ส่วนใหญ่เป็นชนิด (3S, 3'S) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดในธรรมชาติและมีความเข้มข้นสูงสุด. ในขณะที่ยีสต์สีแดง Phaffia rhodozyma จะผลิตไอโซเมอร์ชนิด (3R, 3'R) เป็นหลัก. ส่วนแอสตาแซนธินที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมีมักจะเป็นส่วนผสมราซิมิก (Racemic mixture) ในสัดส่วน 1 : 2 : 1 ของไอโซเมอร์ทั้งสามรูปแบบ.
นอกจากไอโซเมอร์เชิงแสงแล้ว ยังมีไอโซเมอร์เชิงเรขาคณิต (Geometric isomers) ระหว่างรูปแบบ trans (all-E) และ cis (Z) โดยรูปแบบ trans จะมีความเสถียรทางเทอร์โมไดนามิกส์มากกว่าและพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ. อย่างไรก็ตาม ในระหว่างกระบวนการผลิตหรือการเก็บรักษาที่ต้องเผชิญกับแสง ความร้อน หรือไอออนของโลหะ แอสตาแซนธินสามารถเปลี่ยนรูปเป็น cis-isomers ได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูดซึมและความคงตัวในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร.
| คุณสมบัติทางเคมี (Chemical Properties) | รายละเอียด/ค่า (Values/Details) |
|---|---|
| สูตรโมเลกุล (Molecular Formula) | C40H52O4 |
| มวลโมเลกุล (Molecular Weight) | 596.85 Da |
| จุดหลอมเหลว (Melting Point) | 182 - 183 องศาเซลเซียส |
| ความสามารถในการละลาย (Solubility) | ละลายได้ดีในไขมันและตัวทำละลายอินทรีย์ ไม่ละลายในน้ำ |
| ค่า LogP (ความชอบไขมัน) | 8.163 - 10.3 |
| ความยาวคลื่นที่ดูดกลืนสูงสุด (λmax) | ประมาณ 480 nm |
รูปแบบการเกิดในธรรมชาติ (Forms of Occurrence)
ในธรรมชาติ แอสตาแซนธินสามารถพบได้ใน 3 สภาวะหลัก:
- รูปแบบอิสระ (Free form): พบได้น้อยในธรรมชาติ แต่เป็นรูปแบบหลักในแอสตาแซนธินสังเคราะห์.
- รูปแบบเอสเทอร์ (Esterified form): มักเกิดพันธะเอสเทอร์กับกรดไขมัน เช่น กรดปาลมิติก กรดโอเลอิก หรือกรดลิโนเลอิก พบได้มากในสาหร่าย H. pluvialis และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง. การเป็นเอสเทอร์ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับโมเลกุลจากการถูกออกซิไดซ์.
- รูปแบบซับซ้อนกับโปรตีน (Carotenoprotein complex): พบในเปลือกของกุ้งและปู ซึ่งทำให้เห็นเป็นสีฟ้า น้ำเงิน หรือเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเมื่อถูกความร้อนซึ่งทำให้โปรตีนเสียสภาพ.
Haematococcus pluvialis: แหล่งผลิตที่ดีที่สุด
สาหร่ายสีเขียวชนิดนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตแอสตาแซนธินที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงพาณิชย์ โดยสามารถสะสมสารนี้ได้สูงถึง 1.5% - 5% ของน้ำหนักแห้ง. กระบวนการผลิตในสาหร่ายเกิดขึ้นเมื่อเซลล์เผชิญกับสภาวะเครียด (Stress conditions) เช่น แสงแดดจัด การขาดแคลนสารอาหาร (โดยเฉพาะไนโตรเจน) ความเค็มสูง หรืออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น. ในสภาวะเหล่านี้ เซลล์จะเปลี่ยนจากระยะเคลื่อนที่สีเขียว (Vegetative stage) ไปเป็นระยะพักตัวสีแดงที่มีผนังเซลล์หนา (Cyst stage หรือ Aplanospore) เพื่อปกป้องออร์แกเนลล์และดีเอ็นเอจากการทำลายของอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสง.
แหล่งอื่น ๆ ในจุลชีววิทยา
- ยีสต์ Phaffia rhodozyma: เป็นแหล่งที่น่าสนใจเนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงได้ในถังหมักแบบปิดที่ไม่ต้องใช้แสง ช่วยลดความยุ่งยากในการควบคุมสภาวะแวดล้อมเมื่อเทียบกับสาหร่าย. อย่างไรก็ตาม ปริมาณแอสตาแซนธินที่ผลิตได้มักจะต่ำกว่าสาหร่าย.
- แบคทีเรียและสาหร่ายชนิดอื่น: เช่น Chlorella zofingiensis และ Chlorococcum แม้จะผลิตได้แต่ยังไม่มีบทบาทสำคัญในเชิงพาณิชย์เท่ากับ H. pluvialis.
ตารางแหล่งวัตถุดิบและไอโซเมอร์ (Sources and Isomers)
| แหล่งวัตถุดิบ (Sources) | ปริมาณแอสตาแซนธิน (Astaxanthin Content) | ไอโซเมอร์หลัก (Main Isomers) |
|---|---|---|
| H. pluvialis (สาหร่าย) | 1.5% – 5% (ของน้ำหนักแห้ง) | (3S, 3'S) (มักเป็นเอสเทอร์) |
| P. rhodozyma (ยีสต์) | 0.4% – 0.8% (ของน้ำหนักแห้ง) | (3R, 3'R) (รูปแบบอิสระ) |
| วัสดุเศษเหลือจากกุ้ง/ปู | ต่ำ (< 0.1%) | หลากหลาย (รูปแบบโปรตีน) |
| สังเคราะห์ทางเคมี | 100% (ความบริสุทธิ์) | 1 : 2 : 1 ผสมราซิมิก |
เทคโนโลยีการสกัดและกระบวนการผลิต
อุปสรรคสำคัญในการนำแอสตาแซนธินจากสาหร่าย H. pluvialis มาใช้คือ "ผนังเซลล์ที่หนาและแข็งแรง" ในระยะ Cyst. ผนังเซลล์นี้ทำหน้าที่ปกป้องสารภายในได้ดีเยี่ยมจนระบบย่อยอาหารของมนุษย์และสัตว์ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ ดังนั้น กระบวนการสกัดจึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำลายผนังเซลล์ (Cell wall rupture).
วิธีการทำลายผนังเซลล์ (Cell Disruption Methods)
การเลือกวิธีทำลายผนังเซลล์ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการดูดซึม (Bioavailability) และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย.
- High-Pressure Homogenization (HPH): เป็นวิธีที่นิยมที่สุดในระดับอุตสาหกรรม โดยการใช้แรงดันสูง (10,000 - 30,000 psi) เพื่อกระแทกเซลล์ผ่านช่องแคบ วิธีนี้สามารถทำลายผนังเซลล์ได้มากกว่า 90%
- Bead Milling: การใช้ลูกปัดแก้วหรือเซรามิกขนาดเล็กปั่นผสมกับสาหร่ายเพื่อใช้แรงขัดสีทำลายผนังเซลล์.
- Enzymatic Lysis: การใช้เอนไซม์ย่อยผนังเซลล์ เช่น Cellulase แม้จะเป็นวิธีที่อ่อนโยนและรักษาสภาพสารสำคัญได้ดี แต่มีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน.
- Deep Eutectic Solvents (DES): เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้สารละลายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสลายโครงสร้างไฮโดรเจนในผนังเซลล์ ผลการวิจัยระบุว่าสามารถสกัดแอสตาแซนธินได้มากกว่า 99% ภายใต้สภาวะที่ไม่รุนแรง (50 °C).
การสกัดด้วยตัวทำละลายและคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤต (SFE)
หลังจากทำลายผนังเซลล์แล้ว แอสตาแซนธินจะถูกแยกออกมาโดยใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น เอทานอล หรือ อะซิโตน. อย่างไรก็ตาม การใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในสภาวะเหนือวิกฤต (Supercritical CO₂ Extraction) ได้กลายเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียม เนื่องจากไม่ทิ้งสารตกค้างของตัวทำละลายที่มีพิษ และสามารถดำเนินกระบวนการที่อุณหภูมิต่ำเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสาร.
กลไกทางชีวภาพและความเป็นเลิศในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ
แอสตาแซนธินได้รับการขนานนามว่าเป็น "Super Vitamin E" เนื่องจากประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระที่สูงกว่า α-tocopherol ถึง 100 - 500 เท่า. ความโดดเด่นนี้เกิดจากคุณลักษณะทางโครงสร้างที่เฉพาะตัว
การจัดเรียงตัวในเยื่อหุ้มเซลล์ (Membrane Orientation)
โมเลกุลของแอสตาแซนธินมีความยาวที่เหมาะสมและมีขั้วที่ปลายทั้งสองข้าง ทำให้มันสามารถจัดเรียงตัวแบบ "ข้ามผ่านเยื่อหุ้มเซลล์" (Spanning the cell membrane) โดยส่วนสายโซ่โพลีอีนที่ไม่มีขั้วจะฝั่งอยู่ในชั้นไขมัน (Lipid bilayer) ในขณะที่หัวแหวนไอโอโนนที่มีขั้วจะโผล่ออกมาที่ผิวของเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งด้านในและด้านนอก. การจัดเรียงตัวแบบนี้ทำให้แอสตาแซนธินสามารถดักจับอนุมูลอิสระได้ทั้งในส่วนที่ละลายในไขมันและส่วนที่ละลายในน้ำ ซึ่งต่างจาก β-carotene ที่จะนอนขนานอยู่เฉพาะในชั้นไขมันเท่านั้น.
กลไกการลดการอักเสบและการป้องกันเซลล์
นอกจากการต้านอนุมูลอิสระโดยตรงแล้ว แอสตาแซนธินยังทำหน้าที่เป็นโมเลกุลส่งสัญญาณที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของเซลล์
- ยับยั้ง NF-κB: ช่วยลดการผลิตสารก่ออักเสบ เช่น IL-6, IL-1β และ TNF-α
- กระตุ้นทางเดิน Nrf2: เพิ่มการผลิตเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย เช่น Superoxide dismutase (SOD) และ Catalase
- ควบคุมการตายของเซลล์ (Apoptosis): ป้องกันการตายของเซลล์ที่เกิดจากความเครียดออกซิเดชัน โดยการปรับสมดุลโปรตีนกลุ่ม Bcl-2 และยับยั้งการทำงานของ Caspase-3
การประยุกต์ใช้ในมนุษย์และผลการวิจัยทางคลินิก
งานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพของมนุษย์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการศึกษาในหลายมิติที่ยืนยันถึงศักยภาพของแอสตาแซนธินในการป้องกันและบำบัดโรค.
สุขภาพระบบทางเดินอาหารและ Helicobacter pylori
แอสตาแซนธินมีบทบาทที่น่าสนใจในการยับยั้งเชื้อ H. pylori ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร. การศึกษาในหนูพบว่าการให้แอสตาแซนธินช่วยลดระดับการเกาะติดของเชื้อและลดการอักเสบในเยื่อบุทางเดินอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ. ในระดับคลินิก การศึกษาแบบ Double-blind ในผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อย (Functional dyspepsia) พบว่ากลุ่มที่ได้รับแอสตาแซนธิน 40mg/day มีอาการกรดไหลย้อนลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก. กลไกสำคัญคือการปรับเปลี่ยนการตอบสนองของภูมิคุ้มกันจาก Th1 (ซึ่งกระตุ้นการอักเสบ) ไปเป็น Th2 ซึ่งช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหาร.
สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
แอสตาแซนธินช่วยป้องกันโรคหัวใจผ่านหลายกลไก
- การจัดการระดับไขมัน: การรับประทานแอสตาแซนธิน 12 - 18mg/day ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์และเพิ่มระดับ HDL-cholesterol (ไขมันดี).
- ป้องกัน LDL Oxidation: ช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน LDL ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดแผ่นคราบไขมันในหลอดเลือด (Atherosclerosis).
- ลดความดันโลหิต: ผ่านการเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและการปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด
การถนอมดวงตาและระบบประสาท
- สุขภาพดวงตา: แอสตาแซนธินสามารถผ่านด่านกั้นเลือด-เรตินา (Blood-retinal barrier) ได้ จึงช่วยป้องกันความเสียหายจากแสง UV และลดอาการเหนื่อยล้าของดวงตา (Asthenopia) จากการใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์. การศึกษาพบว่าการได้รับ 4 - 6mg/day ช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับโฟกัสของดวงตาได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ระบบประสาท: ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ โดยการลดการสะสมของสารพิษในสมองและลดการอักเสบของเซลล์ไมโครเกลีย (Microglia). การศึกษาในผู้สูงอายุพบว่าแอสตาแซนธินช่วยปรับปรุงสมรรถภาพการรับรู้และหน่วยความจำ
ผิวพรรณและการชะลอวัย (Anti-aging)
ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แอสตาแซนธินถูกนำมาใช้ทั้งในรูปแบบรับประทานและทาผิว. ผลการทดลองทางคลินิกยืนยันว่าการรับประทาน 4mg/day ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และรักษาความชุ่มชื้นโดยการป้องกันการทำลายคอลลาเจนจากรังสี UV.
ตารางปริมาณการบริโภค
| สรุปปริมาณที่แนะนำ (Recommended Doses) | วัตถุประสงค์ (Health Goal) | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes) |
|---|---|---|
| 4 - 6mg/day | บำรุงผิวพรรณ/สายตา | ลดริ้วรอย, ลดอาการตาล้า |
| 6 - 12mg/day | สุขภาพหัวใจ/ภูมิคุ้มกัน | ลดการอักเสบ, ปรับสมดุลไขมัน |
| 12 - 20mg/day | ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย | ลดความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย |
| 40mg/day | ทางเดินอาหาร | บรรเทาอาการกรดไหลย้อน/โรคกระเพาะ |
ภาพรวมตลาดโลกและแนวโน้มเชิงพาณิชย์
ตลาดแอสตาแซนธินโลกกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปลี่ยนผ่านจากผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ไปสู่ "ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ" (Natural Astaxanthin) มากขึ้น.
นวัตกรรมการกำหนดตำรับ (Formulation Innovation)
เนื่องจากแอสตาแซนธินมีความไวต่อแสงและออกซิเจนสูง อุตสาหกรรมจึงมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการเก็บกัก (Encapsulation). การใช้ Liposomes หรือการทำเป็นเม็ด Beadlets ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพในระหว่างการผลิตอาหารสัตว์และการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร. นอกจากนี้ การพัฒนาสารสกัดในรูปของ "น้ำมันโอเลโอเรซิน" (Oleoresin) ยังช่วยให้การผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทำได้ง่ายขึ้น.
ความเสถียรและการจัดการหลังการผลิต
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่งคือ "ความไม่คงตัว" ของโครงสร้างโมเลกุล.
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิที่สูงเกิน 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานจะเร่งกระบวนการออกซิเดชันและการเปลี่ยนไอโซเมอร์.
- การบรรจุ: ผลิตภัณฑ์แอสตาแซนธินควรเก็บในภาชนะทึบแสงและมีการเติมไนโตรเจนเพื่อไล่ออกซิเจน เพื่อรักษาคุณภาพให้คงอยู่นานกว่า 1 ปี.
- การบรรจุ: เนื่องจากเป็นสารที่ละลายในไขมัน การรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันจะช่วยเพิ่มการดูดซึมได้มากกว่าการรับประทานตอนท้องว่างหลายเท่า.
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก แอสตาแซนธินไม่ได้เป็นเพียง "สี" แต่เป็น "สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ" ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน. ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสาหร่าย H. pluvialis และกระบวนการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ช่วยลดข้อจำกัดด้านราคาและความพร้อมของวัตถุดิบ.
ในอนาคต คาดว่าจะเห็นการประยุกต์ใช้แอสตาแซนธินในฐานะสารบำบัดเสริม (Adjuvant therapy) ในโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคทางระบบประสาทและโรคเมตาบอลิซึม. อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการทำลายผนังเซลล์อย่างสมบูรณ์และมีความเสถียรสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากสารมหัศจรรย์ชนิดนี้
รายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่สนใจการดูแลสุขภาพด้วยสารสกัดคุณภาพสูง AstaPure™ ผสมวิตามินอี และลูทีน สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ ผลิตภัณฑ์ AstaPure™
เอกสารอ้างอิง / งานวิจัย
-
Astaxanthin: a review of its chemistry and applications - PubMed https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16431409/
-
Astaxanthin: A Review of its Chemistry and Applications - Research Gate researchgate.net/publication/7342548...
-
Astaxanthin: A Review of its Chemistry and Applications | Semantic Scholar semanticscholar.org/paper/Astaxanthin...
-
Astaxanthin | C40H52O4 | CID 5281224 - PubChem - NIH https://pubchem.ncbi.nlm.nih.gov/compound/Astaxanthin
-
Improving the Stability of Astaxanthin by Microencapsulation in Calcium Alginate Beads - PLOS journals.plos.org/plosone/article...
-
Biological function of astaxanthin and its application in aquatic animal feeding - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12704324/
-
Recent progress in practical applications of a potential carotenoid astaxanthin in aquaculture industry: a review - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10927823/
-
Recent progress in practical applications of a potential carotenoid astaxanthin in aquaculture industry: a review - SciSpace scispace.com/pdf/recent-progress...
-
(PDF) Stability of astaxanthin from red yeast, Xanthophyllomyces dendrorhous - ResearchGate researchgate.net/publication/229215601...
-
astaxanthin 3,3'-dihydroxy-4,4'-diketo-b-carotene - The Good Scents Company http://www.thegoodscentscompany.com/data/rw1416251.html
-
Clinical Applications of Astaxanthin in the Treatment of Ocular Diseases: Emerging Insights https://www.mdpi.com/1660-3397/18/5/239
-
Influence of molecular structure of astaxanthin esters on their stability and bioavailability researchgate.net/publication/346511926...
-
Astaxanthin: Sources, Extraction, Stability, Biological Activities and Its Commercial Applications—A Review - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3917265/
-
Astaxanthin: a review of its chemistry and applications. (2005) - SciSpace scispace.com/papers/astaxanthin...
-
Morphological Change and Cell Disruption of Haematococcus pluvialis Cyst during High-Pressure Homogenization - MDPI https://www.mdpi.com/2076-3417/10/2/513
-
Haematococcus pluvialis (Astaxanthin) | Powder purchase - ALGANEX https://alganex.com/products/haematococcus-pluvialis-asthaxanthin-powder
-
Extraction and separation of astaxanthin with the help of pre-treatment of Haematococcus pluvialis - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10914728/
-
CN104862230A - Production technology of cell wall-broken algae powder of haematococcus pluvialis - Google Patents https://patents.google.com/patent/CN104862230A/en
-
Extraction of astaxanthin from fermented Acetes using virgin coconut oil with the glass beads vortex method | OCL ocl-journal.org/articles/ocl/full_html...
-
Astaxanthin-Producing Green Microalga Haematococcus pluvialis: From Single Cell to High Value Commercial Products - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4848535/
-
Extraction and Purification of Highly Active Astaxanthin from Corynebacterium glutamicum Fermentation Broth - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10608131/
-
astaxanthin - ALSUntangled # 69 alsuntangled.com/wp-content/uploads...
-
Production and therapeutic use of astaxanthin in the nanotechnology era - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10182848/
-
Beneficial Effects of Astaxanthin on Health: A Natural Bioactive Carotenoid - Brieflands https://brieflands.com/journals/semj/articles/141316
-
Structures of Astaxanthin and Their Consequences for Therapeutic Application - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7391096/
-
(PDF) Astaxanthin -mechanism of action in oral cancer pre cancer - ResearchGate researchgate.net/publication/360620115...
-
Astaxanthin inhibits integrin α5 expression by suppressing activation of JAK1/STAT3 - Spandidos Publications https://www.spandidos-publications.com/10.3892/mmr.2023.13014
-
The Putative Role of Astaxanthin in Neuroinflammation Modulation: Mechanisms and Therapeutic Potential - Frontiers frontiersin.org/.../10.3389/fphar.2022.916653/full
-
Astaxanthin's Impact on Colorectal Cancer: Examining Apoptosis, Antioxidant Enzymes - The Open Biochemistry Journal openbiochemistryjournal.com/.../e1874091X328849...
-
Astaxanthin and β-carotene in Helicobacter pylori-induced Gastric Inflammation: A Mini-review - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5503216/
-
Astaxanthin Inhibits Helicobacter pylori-induced Inflammatory and Oncogenic Responses - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7783239/
-
Astaxanthin-rich algal meal and vitamin C inhibit Helicobacter pylori infection in BALB/cA mice - PubMed https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10952594/
-
Astaxanthin – Health Information Library | PeaceHealth https://www.peacehealth.org/medical-topics/id/hn-10011674
-
Astaxanthin: Health Benefits, Side Effects, Uses, Dose & Precautions - RxList https://www.rxlist.com/supplements/astaxanthin.htm
-
Gastric inflammatory markers and interleukins in patients with functional dyspepsia treated with astaxanthin | Pathogens and Disease https://academic.oup.com/femspd/article/50/2/244/682628
-
The Role of Astaxanthin as a Nutraceutical in Health and Age-Related Conditions - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9655540/
-
Astaxanthin: A mechanistic review on its biological activities and health benefits - Semantic Scholar semanticscholar.org/paper/Astaxanthin...
-
Can Astaxanthin Help Dry Eyes and Prevent Cancer - Life Extension https://www.lifeextension.com/magazine/2011/7/beyond-eye-health
-
Haematococcus pluvialis (Astaxanthin) | Capsules purchase - ALGANEX https://alganex.com/products/haematococcus-pluvialis-asthaxanthin-capsule
-
Encapsulation Techniques to Enhance Astaxanthin Utilization as Functional Feed Ingredient - PMC https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12028729/
-
U.S. Astaxanthin Market Size, Competitors & Forecast to 2033 https://www.researchandmarkets.com/report/united-states-astaxanthin-market