ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แอสตาแซนธินในท้องตลาดมีการกำหนดปริมาณที่หลากหลาย เช่น 4 มิลลิกรัม 6 มิลลิกรัม 12 มิลลิกรัม หรือมากกว่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างของวัตถุประสงค์ในการใช้งานและกลุ่มเป้าหมายทางสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน บทความนี้จึงมุ่งนำเสนอและสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยและเอกสารอ้างอิงที่มีอยู่ เกี่ยวกับการรับประทานแอสตาแซนธินตามช่วงปริมาณที่พบได้บ่อยและมีข้อมูลทางคลินิกรองรับ ได้แก่ 4–6 มิลลิกรัม 6–12 มิลลิกรัม 12–20 มิลลิกรัม และ 40 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างขนาดที่ใช้กับผลลัพธ์ทางสรีรวิทยาและผลต่อสุขภาพในแต่ละระดับการใช้งาน
การใช้แอสตาแซนธินในขนาด 4–6 มิลลิกรัม/วัน
จากข้อมูลของงานวิจัยและเอกสารอ้างอิงต่าง ๆ ระบุอย่างชัดเจนว่า การรับประทานแอสตาแซนธินในช่วงปริมาณ 4–6 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนำมาใช้เพื่อการบำรุงผิวพรรณในกลุ่มผลิตภัณฑ์โภชนเภสัช (Nutricosmetics) รวมถึงการช่วยบรรเทาอาการตาล้าที่เกิดจากการใช้สายตาอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การลดเลือนริ้วรอย และการปกป้องผิวจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)
สุขภาพผิวพรรณ: การลดริ้วรอยและความยืดหยุ่น
จากเอกสารของ PeaceHealth (อ้างอิงบรรทัด “Anti-Aging”) ได้รายงานผลการทดลองแบบควบคุมในกลุ่มผู้หญิงที่รับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 4 มิลลิกรัม/วัน พบว่าสามารถช่วยลดริ้วรอยขนาดเล็ก (Fine Lines) และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ งานวิจัยของ Tominaga K. และคณะ (2012) ซึ่งอ้างอิงในเอกสารของ RxList (บรรทัด “Wrinkled skin”) ระบุว่า การรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 2–3 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง (รวม 4–6 มิลลิกรัม/วัน) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ สามารถช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวและลดรอยตีนกาในกลุ่มวัยกลางคนได้ [งานวิจัย¹]
แอสตาแซนธินมีบทบาทในการยับยั้งเอนไซม์ Matrix Metalloproteinases (MMP-1 และ MMP-12) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สลายคอลลาเจนและอีลาสตินเมื่อผิวได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (อ้างอิงบรรทัด “UV exposure”) นอกจากนี้ การศึกษาในประเทศญี่ปุ่นยังรายงานว่า การรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 4 มิลลิกรัม/วันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 9 สัปดาห์ สามารถช่วยเพิ่มระดับ Minimal Erythema Dose (MED) หรือปริมาณรังสี UV ที่ผิวสามารถทนได้ก่อนเริ่มเกิดอาการผิวแดง [อ้างอิง¹]
การถนอมสายตา: อาการตาล้าและจุดรับภาพ
จากเอกสารของ Opticare (หน้า 1 และ 2) และ RxList ได้กล่าวถึงการใช้แอสตาแซนธินเพื่อช่วยบรรเทาอาการ Computer Vision Syndrome (CVS) โดยงานวิจัยระบุว่า การรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 5–6 มิลลิกรัม/วัน สามารถช่วยลดอาการปวดตา อาการเคืองตา รวมถึงอาการมองเห็นไม่ชัดหรือเบลอที่เกิดขึ้นหลังการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานได้
กลไกที่อธิบายโดย Kajita Eye Clinic ในประเทศญี่ปุ่น (อ้างอิงในเอกสารของ Opticare) ระบุว่า การรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 6 มิลลิกรัม/วันเป็นระยะเวลา 2–4 สัปดาห์ สามารถช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ Ciliary Muscle ซึ่งมีหน้าที่ในการปรับโฟกัสของเลนส์ตา ส่งผลให้ความสามารถในการปรับโฟกัสของดวงตา (Accommodative Recovery) ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด [อ้างอิง¹] นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงเพิ่มเติมว่า การรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 4 มิลลิกรัม/วัน ร่วมกับสารอาหารอื่น ๆ เช่น ลูทีนและวิตามินอี ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 เดือน สามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของเรตินาส่วนกลางในผู้ป่วยโรคจุดรับภาพเสื่อม (AMD) ระยะเริ่มต้นได้ [งานวิจัย²]
ตารางงานวิจัย/อ้างอิง ปริมาณการใช้แอสตาแซนธิน 4 – 6 มิลลิกรัม/วัน
| ผู้วิจัย/แหล่งอ้างอิง | ปริมาณที่ใช้ | ระยะเวลา | ผลลัพธ์ที่สำคัญ |
|---|---|---|---|
| Yamashita E. (2006) | 4 มิลลิกรัม/วัน | 6 สัปดาห์ | ลดความลึกของริ้วรอยและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น |
| Tominaga K. (2012) | 6 มิลลิกรัม/วัน | 8 สัปดาห์ | เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นในกลุ่มอาสาสมัครชาย |
| Kajita Eye Clinic | 6 มิลลิกรัม/วัน | 2-4 สัปดาห์ | ลดอาการตาล้าและปรับปรุงการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยที่ดวงตา |
การใช้แอสตาแซนธินในขนาด 6-12 มิลลิกรัม/วัน
ปริมาณการรับประทานแอสตาแซนธินในช่วง 6–12 มิลลิกรัม/วัน เป็นขนาดที่ให้ประสิทธิผลในการช่วยปรับสมดุลไขมันในเลือด และเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยกลไกการลดภาวะอักเสบในระดับระบบ (systemic inflammation)
สุขภาพหัวใจ: การปรับสมดุลไขมันและคอเลสเตอรอล
ข้อมูลจาก RxList หัวข้อ “High Cholesterol” และเอกสารของ PeaceHealth ระบุว่า งานวิจัยโดย Yoshida H. และคณะ (2010) ซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์แอสตาแซนทีน พบว่าการรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 6–12 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ในเลือด และเพิ่มระดับ HDL-Cholesterol หรือ “ไขมันดี” ได้อย่างมีนัยสำคัญ [งานวิจัย¹]
นอกจากนี้ กลุ่มงานวิจัยของ PMC ยังระบุว่าการใช้แอสตาแซนธินในระดับปริมาณดังกล่าว สามารถช่วยลดระดับ Lipid Peroxidation ในพลาสมา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยกลไกสำคัญของแอสตาแซนธินคือการปรับปรุงกระบวนการเผาผลาญไขมัน และเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ที่มีบทบาทในการกำจัดไขมันเลว [งานวิจัย²]
ระบบภูมิคุ้มกัน: การตอบสนองของเม็ดเลือดขาวและการลดการอักเสบ
งานวิจัยโดย Park และคณะ (2010) ซึ่งเผยแพร่ในฐานข้อมูล SSRN และ PubMed Central ระบุว่า การได้รับแอสตาแซนธินในปริมาณประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อวัน มีส่วนช่วยในการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Natural Killer (NK) Cells ซึ่งเซลล์ทั้งสองชนิดนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำหน้าที่ตรวจจับและทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อรวมถึงเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย [งานวิจัย³]
นอกจากนี้ แอสตาแซนธินยังมีฤทธิ์ในการลดระดับ C-reactive protein (CRP) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ภาวะการอักเสบในร่างกาย โดยอาศัยกลไกการยับยั้งเส้นทางสัญญาณ NF-κB ส่งผลให้การหลั่งไซโทไกน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เช่น TNF-α และ IL-1β ลดลง กลไกดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงการสนับสนุนสุขภาพและการทำงานของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ต่อมไทมัสและม้าม [งานวิจัย⁴]
ตารางงานวิจัย/อ้างอิง ปริมาณการใช้แอสตาแซนธิน 6 – 12 มิลลิกรัม/วัน
| หัวข้อวิจัย | ผู้วิจัย/แหล่งอ้างอิง | ปริมาณที่ใช้ | ผลลัพธ์ที่สำคัญ |
|---|---|---|---|
| การจัดการไขมันในเลือด | Yoshida H. et al. | 6-12 มิลลิกรัม/วัน | เพิ่ม HDL-C และลด Triglycerides ในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงเล็กน้อย |
| ภูมิคุ้มกันวิทยา | YPark et al. (2010) | 8 มิลลิกรัม/วัน | กระตุ้นการผลิตแอนติบอดีและเพิ่มการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน |
| สุขภาพสมอง | PMC | 6-12 มิลลิกรัม/วัน | ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งและอัลไซเมอร์ (PLOOH) ในเม็ดเลือดแดง |
การใช้แอสตาแซนธินในขนาด 12-20 มิลลิกรัม/วัน
การใช้แอสตาแซนธินในขนาดสูงตั้งแต่ 12 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป มักถูกนำมาใช้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความทนทานของกล้ามเนื้อ ลดระดับความเหนื่อยล้า และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายหลังการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ใช้แรงอย่างหนัก
สมรรถภาพทางการกีฬาและความทนทาน (Endurance)
งานวิจัยโดย Earnest CP และคณะ (2011) ซึ่งถูกรายงานในเอกสารของ RxList และ PeaceHealth ได้ทำการศึกษาในกลุ่มนักปั่นจักรยานที่ผ่านการฝึกฝน พบว่าการรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 4 มิลลิกรัมต่อวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ สามารถช่วยลดระยะเวลาในการปั่นจักรยานทางไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในระดับปริมาณที่สูงขึ้น งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2026 บนแพลตฟอร์ม Examine.com ระบุว่า ในกลุ่มนักกีฬาเทควันโดเยาวชนชาย การรับประทานแอสตาแซนธินขนาด 12 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตะแบบ Double Jump Kicks ได้อย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก
ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากความสามารถของแอสตาแซนธินในการปกป้องเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรีย (mitochondria) จากความเสียหายของอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเผาผลาญพลังงานแบบใช้ออกซิเจน ส่งผลให้กระบวนการสร้างพลังงานในรูปของอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP) มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยลดการสะสมของกรดแลกติก (lactic acid) ในกล้ามเนื้อ
การลดความเสียหายของกล้ามเนื้อและการฟื้นฟู (Recovery)
ในกลุ่มนักฟุตบอลอาชีพ งานวิจัยโดย Djordjevic B. และคณะ (2012) รายงานว่า การรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 4 มิลลิกรัมต่อวันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 90 วัน สามารถช่วยลดระดับตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อ ได้แก่ Creatine Kinase หลังการฝึกซ้อมที่มีความหนักได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับการฟื้นฟูในระดับที่เข้มข้นมากขึ้น ข้อมูลจากฐานข้อมูล ClinicalTrials.gov (รหัสการทดลอง NCT06511960) ได้ทำการเปรียบเทียบการใช้แอสตาแซนธินในขนาด 12 มิลลิกรัม และ 36 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อประเมินผลต่ออาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย (Delayed Onset Muscle Soreness; DOMS) โดยพบว่าแอสตาแซนธินในระดับปริมาณที่สูงสามารถช่วยเพิ่มระดับ Total Antioxidant Status (TAS) ในเลือดของนักกีฬาได้อย่างรวดเร็ว
ข้อสังเกตที่สำคัญจากข้อมูลของ PeaceHealth และเอกสารอ้างอิงรหัส PMC8229412 ในฐานข้อมูลของ PubMed Central ระบุว่า การใช้แอสตาแซนธินในปริมาณที่ค่อนข้างสูงถึง 20 มิลลิกรัมต่อวัน ในบางการทดลองกลับไม่แสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการรับประทานในขนาดต่ำกว่า ในแง่ของความทนทานต่อการวิ่งระยะไกล ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการมี “เพดาน” ของประสิทธิภาพ (performance ceiling) สำหรับการออกกำลังกายบางประเภท หรืออาจสะท้อนถึงความแตกต่างด้านระดับการฝึกซ้อมและสมรรถภาพพื้นฐานของอาสาสมัครแต่ละบุคคล
การใช้แอสตาแซนธินในขนาด 40 มิลลิกรัม/วัน
ปริมาณการรับประทานแอสตาแซนธินที่ระดับ 40 มิลลิกรัมต่อวัน ถือเป็นขนาดสูงสุดที่มีการนำมาใช้และได้รับการรับรองในงานทดลองทางคลินิกในมนุษย์ โดยการศึกษาในระดับปริมาณดังกล่าวมุ่งเน้นการประเมินผลลัพธ์ต่อระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori)
การรักษาโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน
ข้อมูลที่มีความชัดเจนที่สุดมาจากงานวิจัยของ Kupcinskas L. และคณะ (2008) ซึ่งถูกรายงานและอ้างอิงในเอกสารของ RxList, PeaceHealth และฐานข้อมูล PubMed Central (PMC9655540) โดยการศึกษาดังกล่าวใช้ผลิตภัณฑ์แอสตาแซนธิน ในขนาด 40 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อย (Functional Dyspepsia)
ผลลัพธ์ที่รายงานโดย PeaceHealth (ในส่วน Gastritis) และ RxList ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ H. pylori มีอาการกรดไหลย้อน (Acid Reflux) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ปริมาณ 16 มิลลิกรัมต่อวัน ยังไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แอสตาแซนธิน ไม่ได้ออกฤทธิ์ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย H. pylori โดยตรง แต่ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ผ่านการยับยั้งเอนไซม์และกลไกที่กระตุ้นกระบวนการอักเสบ
ความปลอดภัยในขนาดสูงและการนำไปใช้
ในหัวข้อ “Safety” ของ RxList ระบุว่า การรับประทานแอสตาแซนธินในขนาด 40 มิลลิกรัมต่อวัน มีความปลอดภัยเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 12 สัปดาห์ แม้จะจัดเป็นขนาดที่ค่อนข้างสูง แต่ผลข้างเคียงที่รายงานพบเพียง การเพิ่มความถี่ของการขับถ่าย หรือ อุจจาระมีสีแดงอมส้ม ซึ่งเป็นผลจากสีตามธรรมชาติของสาร และ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
| การรักษา/สภาวะ | ผู้วิจัย/แหล่งอ้างอิง | ผลลัพธ์ในปริมาณ 40 mg | ข้อจำกัด/ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| กรดไหลย้อน (Reflux) | Kupcinskas L. et al. | อาการแสบร้อนกลางอกลดลงในกลุ่มที่ติดเชื้อ H. pylori | ไม่ได้ผลในกลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ H. pylori |
| อาการอาหารไม่ย่อย | Andersen LP. et al. | ลดระดับมาร์กเกอร์การอักเสบในกระเพาะอาหาร | ไม่ลดอาการปวดท้องทั่วไป (Stomach Pain) |
บทสรุปเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณและผลลัพธ์ (Dosage–Response Relationships)
จากการสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงหลักทั้งสาม ได้แก่ PeaceHealth, RxList และฐานข้อมูลงานวิจัยจาก PubMed Central สามารถสรุปได้ว่า แอสตาแซนธินมีรูปแบบการออกฤทธิ์ในลักษณะ “Targeted Dosing” กล่าวคือ ปริมาณที่แตกต่างกันให้ผลลัพธ์ทางชีวภาพที่แตกต่างกัน โดยสัมพันธ์กับระดับการดูดซึม การกระจายตัว และความเข้มข้นของสารในเนื้อเยื่อเฉพาะเป้าหมาย ส่งผลให้แต่ละช่วงขนาดมีความเหมาะสมต่ออวัยวะหรือระบบทางสรีรวิทยาที่แตกต่างกัน ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์แบบ “ยิ่งมากยิ่งดี” ในทุกกรณี
ตารางสรุปภาพรวมงานวิจัยตามปริมาณ
| ปริมาณ (mg/day) | อวัยวะเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ | ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ | งานวิจัยอ้างอิง |
|---|---|---|---|
| 4-6 มิลลิกรัม/วัน | ผิวหนัง/ดวงตา | ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่น ลดอาการตาล้า (CVS) | PeaceHealth (Anti-aging), RxList (Skin research) |
| 6-12 มิลลิกรัม/วัน | หัวใจ/ภูมิคุ้มกัน | เพิ่ม HDL ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ เสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว | RxList (High Cholesterol), PeaceHealth (HDL-C) |
| 12-20 มิลลิกรัม/วัน | กล้ามเนื้อ/สมรรถภาพ | เพิ่มความทนทาน เร่งการฟื้นฟูกล้ามเนื้อจากการฝึกหนัก | Examine.com (Taekwondo), RxList (Performance) |
| 40 มิลลิกรัม/วัน | ทางเดินอาหาร | ลดอาการกรดไหลย้อนในผู้ติดเชื้อ H. pylori | PeaceHealth (Gastritis), RxList (Dyspepsia) |
เอกสารอ้างอิง / งานวิจัย
-
The Role of Astaxanthin as a Nutraceutical in Health and Age ... [https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9655540/]
-
(PDF) Astaxanthin - Multi-System Antioxidant Targeting Ocular Microcirculation and AMD, Cardiovascular and Cerebrovascular Protection, Reproductive Health, Skin Photo-protection, and Clinically Supported Immunomodulation - ResearchGate [https://www.researchgate.net/publication/395788772_Astaxanthin_-_Multi-System_Antioxidant_Targeting_Ocular_Microcirculation_and_AMD_Cardiovascular_and_Cerebrovascular_Protection_Reproductive_Health_Skin_Photo-protection_and_Clinically_Supported_Immuno]
-
Astaxanthin from Haematococcus pluvialis and Chromochloris zofingiensis: Biosynthetic Pathways, Engineering Strategies, and Industrial Prospects - PMC [https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12734979/]
-
Full article: ALSUntangled # 69: astaxanthin [https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/21678421.2023.2171302]
-
The Science Behind Astaxanthin | Origins Nutra [https://originsnutra.com/blogs/news/the-science-behind-astaxanthin]
-
What Is Astaxanthin? Benefits, Uses and Natural Sources - Sun Chlorella [https://www.sunchlorellashop.com/blogs/lifestyle/what-is-astaxanthin]
-
Astaxanthin: Uses, Dosage, Side Effects and More | Apollo Hospitals [https://www.apollohospitals.com/medicines/astaxanthin]
-
(PDF) Astaxanthin, Cell Membrane Nutrient with Diverse Clinical Benefits and Anti-Aging Potential - ResearchGate [https://www.researchgate.net/publication/51980248_Astaxanthin_Cell_Membrane_Nutrient_with_Diverse_Clinical_Benefits_and_Anti-Aging_Potential]
-
Astashine Capsules - SSRN [https://papers.ssrn.com/sol3/Delivery.cfm/SSRN_ID3713997_code4432673.pdf?abstractid=3713997&mirid=1]
-
Astaxanthin – Health Information Library | PeaceHealth [https://www.peacehealth.org/medical-topics/id/hn-10011674]
-
Astaxanthin: Health Benefits, Side Effects, Uses, Dose & Precautions [https://www.rxlist.com/supplements/astaxanthin.htm]
-
Astaxanthin: benefits, dosage, contraindications - Darwin Nutrition [https://www.darwin-nutrition.fr/en/active/astaxanthin/]
-
Vision Benefits of Astaxanthin - Opticare [https://opticare.com.au/downloads/client/eye-health/Vision_Benefits_of_Astaxanthin_24112020.pdf]
-
Molecular Mechanisms, Endurance Athlete, and Synergistic Therapeutic Effects of Marine‐Derived Antioxidant Astaxanthin Supplementation and Exercise in Cancer, Metabolic Diseases, and Healthy Individuals - PMC [https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12204856/]
-
(PDF) Molecular Mechanisms, Endurance Athlete, and Synergistic Therapeutic Effects of Marine‐Derived Antioxidant Astaxanthin Supplementation and Exercise in Cancer, Metabolic Diseases, and Healthy Individuals - ResearchGate [https://www.researchgate.net/publication/393104186_Molecular_Mechanisms_Endurance_Athlete_and_Synergistic_Therapeutic_Effects_of_Marine-Derived_Antioxidant_Astaxanthin_Supplementation_and_Exercise_in_Cancer_Metabolic_Diseases_and_Healthy_Individuals]
-
Astaxanthin for taekwondo performance - Study Summary - Examine.com [https://examine.com/research-feed/study/1JK8E0/]
-
Benefits of Exercise and Astaxanthin Supplementation: Are There Additive or Synergistic Effects? - PMC [https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8229412/]
-
Study Details | NCT06511960 | Effects of Astaxanthin Supplementation - ClinicalTrials.gov [https://clinicaltrials.gov/study/NCT06511960]
-
Optimal Astaxanthin Intake for Eye Health in 2025 - Cactus Botanics [https://www.cactusbotanics.com/faq/2847.html]